Home รายชื่อวัดที่ได้รับเงินอุดหนุนและบูรณะปฏิสังขรณ์วัดทั่วไป วัดส่งเสริมสุขภาพ
Article Index
วัดส่งเสริมสุขภาพ
วัดส่งเสริมสุขภาพปี ๕๒ วัดเทวประสาท
ทุกหน้า

    วัดส่งเสริมสุขภาพ ปี ๒๕๕๓ ที่ได้รับโล่เกียรติคุณ

 ๑. วัดหลวง ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร

๒. วัดเขาทราย ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร


วัดส่งเสริมสุขภาพ ปี ๒๕๕๒ วัดเทวประสาท อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

พระปลัดสง่า รตนวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดเทวประสาท อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร   ได้รับคัดเลือกเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพระดับเขตและได้รับโล่เกียรติคุณจากกรมอนามัย โดยอธิบดีกรมอนามัยนายแพทย์โสภณ เมฆทน เป็นผู้มอบโล่เกียรติคุณ เมื่อ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

 

 

 

ก่อนจะเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพที่ได้รับโล่เกียรติคุณ          

ในช่วงของเดือนกรกฎาคม 2551 ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 โดยคุณนัยนา สำเภาเงิน และคุณปัทมา  ตั้งบรรเจิดสุข  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร                (นางสิริรักษ์  ถัดทะพงษ์พรนิธิ และจ่าเอก วสันต์  สังข์ศิลป์ ) ไปดูวัดส่งเสริมสุขภาพของจังหวัดพิจิตร ไปดูวัดเขารูปช้าง  วัดหัวดง และวัดสุดท้ายก็ คือ วัดเทวปราสาท ไปคุยกับพระปลัดสง่า   รตนวณฺโณ   เจ้าอาวาสวัดเทวประสาท  เราถามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อทำไมถึงสมัครทำวัดส่งเสริมสุขภาพ หลวงพ่อบอกว่า ก็ไปอบรมเกี่ยวกับสุขภาพที่วัดทรงธรรม ที่ศูนย์อนามัยที่ 8   จัด แล้วเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาก็แนะนำว่าน่าจะสมัครดู อาตมาก็ได้ไปปรึกษากับนักวิชาการที่อยู่ รพ.สมเด็จพระยุพราชตะพานหินว่าจะดีไหม ตอนแรกก็หวั่นใจ ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ เพราะสิ่งที่ต้องตรวจสอบมันเยอะ   (เกณฑ์การประเมิน) และอีกอย่างก็กลัวเป็นภาระผูกพันให้กับคนหลัง เพราะตอนนั้นอาตมายังเป็น  ผู้รักษาการ สุดท้ายคิดไปคิดมาก็คิดว่า เอานะเราทำเท่าที่ทำได้อย่างเต็มที่ก็แล้วกัน ผลจะเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากัน  เราถามว่าแล้วท่านได้สื่อสารให้กับพระท่านอื่นๆอย่างไร หลวงพ่อบอกว่าก็ใช้ไมค์ประกาศที่ศาลาตอนทำบุญวันพระเลย ให้ทั้งพระและก็ญาติโยมได้รู้ ว่าเราจะทำอะไร โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดนี่อาตมาต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างเช่น ใครทิ้งก้นบุหรี่ไว้ที่พื้น อาตมาก็หยิบไปทิ้งขยะให้ญาติโยมเห็น การพัฒนาวัดต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ก็ใช้วิธีการพูดกับพระที่ไปอบรมมา แล้วก็ให้ช่วยกันทำ อาตมาก็ทำด้วย พระรูปไหนไม่ทำ อาตมาก็ทำให้ดู แล้วก็เทศนาให้ญาติโยมฟังเกี่ยวกับสุขภาพด้วย อย่างเช่นอาหารเราควรจะเลือกทำแบบไหนที่มีผลดีต่อสุขภาพ ในเรื่องการแก้ปัญหาทางใจ ก็ใช้วิธีการตั้งสติ สมาธิให้ค่อยๆดับไป เราคุยกับหลวงพ่อก็ได้ทราบว่า หลวงพ่อทำทางด้านการศึกษาด้วย และให้ข้อคิดว่า สร้างวัตถุมันไปไม่ไกล ไม่นานก็ผุพัง แต่สร้างคนให้เป็นคนดี กี่ปีกี่ปีก็ไม่ผุพัง เน้นความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะคุณของพ่อและแม่ ตัวหลวงพ่อเองเล่าให้ฟังว่า ทุกปีวันแม่จะไม่รับกิจนิมนต์เพราะหลวงพ่อ จะไปเทศนาธรรมให้โยมแม่ฟัง ส่วนโยมพ่อนั้นเสียไปนานแล้ว วันสงกรานต์จะต้องไปอาบน้ำให้กับแม่ ท่านเคยถามพระผู้อาวุโสว่าถ้าพระอาบน้ำให้แม่ผิดไหม ก็ได้คำตอบว่าไม่ผิด แม้บิณฑบาตรมาแล้วแล้วให้แม่กินก่อนก็ไม่บาป ท่านก็ไปแต่ทำครั้งแรกท่านบอกว่าท่านรู้สึกยังอาย ๆ อยู่ ก็รอให้ตะวันคล้อยไปมาก ๆ ก่อน แต่พอทำได้ครั้งหนึ่ง ปีต่อ ๆไปท่านก็ไม่อายก็อาบน้ำให้แม่ตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน             ท่านสอนเด็กนักเรียนที่โรงเรียนว่า พวกเธอต้องตั้งใจเรียนเพราะความรู้จะช่วยให้เธอมีงานทำ และเมื่อเธอมีงานทำ ให้จำไว้ว่า เงินเดือนเดือนแรกให้แบ่งให้พ่อแม่ได้ใช้ จะให้มากให้น้อยก็ไม่เป็นไรแต่ต้องให้ หลวงพ่อบอกเราว่า คนเราถ้าให้เดือนแรกได้ เดือนต่อไป ๆ ก็จะให้ได้ แต่ถ้าเดือนแรกไม่ยอมให้เดือน     ต่อ ๆไป ค่อนข้างยาก เพราะไม่มีใจนึกถึงพ่อแม่ตั้งแต่แรก เรานั่งฟังหลวงพ่อสอนแล้วรู้สึกว่า ท่านไม่ได้มองแค่เรื่องของศาสนาอย่างเดียว ท่านมองไปไกลและพยายามเชื่อมโยงระหว่าง วัด เด็ก คนในชุมชน  เราเสียดายที่มีเวลานั่งคุยกับท่านน้อย เพราะท่านติดกิจนิมนต์ของโรงเรียนที่ต้องไปสอนเด็กนักเรียน            เราคิดว่าถ้ามีโอกาสจะไปรับฟังคำสอนจากท่านอีก ......
วัดก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยที่ 8 , สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร     และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร ก็ได้ติดตามวัดเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพ กันมาโดยตลอด   
ซึ่งในปี 2552 นี้ ทางวัดเทวประสาท อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดส่งเสิรมสุขภาพ ระดับเขต และได้รับโล่เกียรติคุณจากจากกรมอนามัย เมื่อวันที่ 26  สิงหาคม  2552     โดยอธิบดีกรมอนามัย (นายแพทย์โสภณ  เมฆทน)  เป็นผู้มอบโล่เกียรติคุณ ในครั้งนี้

คลิกที่รูปเพื่อดูแบบสไลด์โชว์

ประวัติวัดเทวประสาท

วัดเทวประสาท  ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๑  หมู่ที่ ๓  ตำบลห้วยเกตุ (ปัจจุบันอยู่ในเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน)  อำเภอตะพานหิน  จังหวัดพิจิตร ตรงกันข้ามกับตลาดตะพานหิน วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ ตาม นส.๓  เลขที่ ๖๕๖  นายเชื้อ  นางบุญมา  เอมสะอาด  ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดลพบุรี  ได้มาประกอบอาชีพอยู่ที่อำเภอตะพานหิน  จังหวัดพิจิตร  ตรงข้ามกับตลาดตะพานหิน  
ได้อาราธนาพระอาจารย์ทองอยู่   พร้อมกับพระอาจารย์ชั้ว  พระอาจารย์ระย้า  มาดำเนินการสร้างโดยมอบหมายให้ท่านพระอาจารย์ทองอยู่เป็นประธานในการสร้างเบื้องต้น  ได้นายสมบุญ  สุขประเสริฐ  และ นายไปล่  น่วมเจิม  ติดต่อขอเรื้อถอนกุฏิจากวัดเกาะ  ซึ่งเป็นวัดร้างมานานมาสร้างเป็นกุฎี  ๓  หลังเล็ก ๆ ได้ชื่อว่า วัดเทวประสาท  โดยมี พระอธิการทองอยู่    ฐิติญาโณ  เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และต่อมาได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสุเทพสิทธิการย์  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ปัจจุบันวัดมีเนื้อที่ทั้งหมด  ๑๗  ไร่  ๓  งาน  ๘๔  ตารางวา
       ในขณะที่พระครูสุเทพสิทธิการย์ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่ ได้ดำเนินการสร้างบูรณปฏิสังขรณ์สร้างถาวรวัตถุต่าง ๆ โดยลำดับมา และขอตั้งชื่อวัดต่อเจ้าคณะสงฆ์ในสมัยนั้น                     ได้นามว่า วัดเทวประสาท  แปลความหมายว่า   วัดที่เทวดาสร้าง  ซึ่งนับว่ากิจการของวัดเจริญรวดเร็วตามลำดับดังนี้
  ในปี   ๒๔๙๐   เริ่มสร้างกุฎี   ๒   หลัง   ยาว   ๘    เมตร   กว้าง   ๖   เมตร   คอนกรีตเสริมเหล็กมุงกระเบื้อง   ค่าก่อสร้าง   ๕๐,๐๐๐   บาท   (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
  ในปี   พ.ศ.  ๒๔๙๒  ซื้อที่ดินให้วัดจำนวน ๑๐ ไร่  ๒ งาน     ราคา   ๒๕,๐๐๐ บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน)  ซื้อที่ดินของ นางบุญมา เอมสะอาด ให้วัด ๔ ไร่ ๒ งาน            ราคา ๒๕,๐๐๐ บาท (สองหมื่นห้าพันบาทถ้วน) 
  ในปี   พ.ศ.  ๒๔๙๔  สร้างศาลาการเปรียญ ๑ หลัง  กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๕ เมตร มุขลดสองชั้น   มีช่อฟ้าหน้าบัน ค่าก่อสร้าง ๑๘๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นบาทถ้วน)
ในปี   พ.ศ.  ๒๔๙๖  สร้างอุโบสถ ๑ หลัง กว้าง  ๙  เมตร  ยาว ๒๓ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กถือปูน ลดมุขสองชั้นช่อฟ้าใบระกากระเบื้องเคลือบสี มีเสาหารนอกซุ้มประตูหน้าต่างแบบวัดมหา-พฤฒาราม กรุงเทพฯ ค่าก่อสร้าง   ๗๒๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนสองหมื่นบาทถ้วน) ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่  ๑๓  กุมภาพันธ์  ๒๔๙๖   ได้จัดงานผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่  ๑๗  มีนาคม  ๒๔๙๗                                                                                                                                                                                                                                          
ในปี   พ.ศ.  ๒๕๐๐  สร้างหอประชุมสงฆ์(ปราสาท)  กว้าง  ๑๔  เมตร ยาว ๑๗ เมตร  ๒  ชั้น   คอนกรีตเสริมเหล็กถือปูน  แบบจตุรมุขมียอดปราสาทแหลมหลังคามุงด้วยกระเบื้องมีช่อฟ้าหน้าบัน  ค่าก่อสร้าง ๓๑๘,๐๐๐ บาท (สามแสนหนึ่งหมื่นแปดพันบาทถ้วน)                                                                                                            
ในปี  พ.ศ.  ๒๕๐๔  สร้างกุฎี ๑ หลัง มีผู้ศรัทธาสร้างถวายเป็นกุฎีเจ้าอาวาส  กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๒  เมตร ๒ ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กถือปูน ค่าก่อสร้าง ๘๒,๐๐๐ บาท (แปดหมื่นสองพันบาทถ้วน)
 ในปี   พ.ศ.  ๒๕๐๗  สร้างกำแพงหน้าวัดสูง  ๒.๕๐ เมตร ยาว ๔ เส้น ( ๑๖๐  เมตร)  มีซุ้มประตู   ๓  ซุ้ม สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ค่าก่อสร้าง  ๒๒๐,๐๐๐ บาท (สองแสนสองหมื่นบาทถ้วน)
 ในปี   พ.ศ.  ๒๕๐๘  เริ่ม สร้างพระพุทธรูปปางประทานพร ๑ องค์  หน้าตักกว้าง   ๒๐   เมตร   สูงจากฐานถึงเปลวเพลิงบนพระเศียร   ๓๐   เมตร   หลวงพ่อพระพุทธเกตุมงคล   สูง   ๓๐   เมตร   ฐานสูง   ๔   เมตร วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่  ๑๒  มกราคม  พ.ศ.๒๕๐๘  เวลา  ๐๙.๔๕ น. โดยมีพระครูสุเทพสิทธิการย์  เจ้าอาวาสวัดเทวประสาท  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  พระครูพิศิษฎ์ธรรมรัต 
เจ้าอาวาสวัดพรหม-ประสิทธิ์  พระครูโพธิคุณาธาร  เจ้าอาวาสวัดไผ่ท่าโพใต้  และพระครูพิเศษธรรมรัต  เจ้าอาวาสวัดหาดแตงโม  เป็นกรรมการนายไสว  บัวชุมสุข  ศึกษาธิการอำเภอตะพานหิน (แทนนายอำเภอตะพานหิน)  เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  นายเชื้อ  เศรษฐทัตต์  นายกเทศมนตรีตำบลตะพานหิน  นายเดชา  เดชาติวงศ์  ณ  อยุธยา  อาจารย์ใหญ่โรงเรียนตะพานหิน  นายไปล่  น่วมเจิม  นายละออ  สำราญเริงจิตร  นายสถานีรถไปตะพานหิน  นายสาธร  โล้วิชากรติกุล  ผู้สื่อข่าวไทยรัฐและพร้อมด้วยข้าราชการพ่อค้าประชาชนร่วมเป็นกรรม
  เมื่อวันที่  ๖  เมษายน  ๒๕๑๑  นายแสวง  ศรีมาเสริม  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรได้มาเป็นประธานในพิธีบรรจุพระบรมธาตุสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กภายในองค์พระกลวงต่อไปจะเสริมเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านหลังมีประตูปิดเปิดได้  ๑  บานมีหน้าต่าง  ๔  ช่องใหญ่  ได้ถือปูนตบแต่งให้สวยงาม  ทาสีเหลืองล้วนแบบเหมือนพระพุทธรูปปิดทอง  (ปัจจุบันปิดทอง )  สามารถจุคนได้ประมาณ  ๔๐๐  คน  สิ้นค่าก่อสร้างจำนวนทั้งสิ้น  ๗๕๐,๐๐๐ บาท  วิหารรอบองค์พระพุทธเกตุมงคล  ๕,๗๖๐  ตารางเมตร  หรือ  ๗.๒  ไร่ 
พระพุทธรูปองค์นี้ได้สร้างสำเร็จ  พ.ศ.  ๒๕๑๓  รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ว่า   “พระพุทธเกตุมงคล”ตามชื่อของตำบลห้วยเกตุ
ได้จัดงานฉลองขึ้นเมื่อวันที่  ๓๐  มกราคม  พ.ศ.๒๕๑๓  นมัสการหลวงพ่อพระพุทธเกตุมงคล  เป็นครั้งแรก  ในช่วงเทศกาลตรุษจีนทุกปี
เมื่อวันอังคารที่   ๑๑ กุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๕๔๐ ( ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ )  พระครูพิทักษ์พุทธมงคล  ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้หล่อรูปจำลองขนาดหน้าตักกว้าง  ๕๙  นิ้ว  ให้พุทธศาสนิกชนได้ปิดทองทั่วองค์
ในปี   พ.ศ.  ๒๕๑๓  ได้สร้างกุฎี  ๒ หลัง  กว้างหลังละ  ๗  เมตร ยาว  ๑๒ เมตร ๔ ห้อง  ๒ ชั้น   สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กถือปูน   ค่าก่อสร้าง   ๑๖๐,๐๐๐   บาท   (หนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน)
 พระครูสุเทพสิทธิการย์   ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส   วัดเทวประสาท   ตั้งแต่   พ.ศ.   ๒๔๙๐   จนมรณภาพในวันที่   ๙   สิงหาคม   พ.ศ.   ๒๕๑๓  และได้รับพระราชทานเพลิงศพ   เมื่อวันที่   ๑๑   เมษายน   ๒๕๑๔   นับเป็นเวลาที่ท่านได้อุทิศ   กาย   จิตใจ   สร้างถาวรวัตถุไว้ในพระพุทธศาสนามากมายรวมเป็นเวลา   ๒๓   ปี
 ปัจจุบัน   มีโบราณสถานในวัดนี้คือ
 ๑. อุโบสถ 
 ๒. พระพุทธเกตุมงคล   (ปรางประทานพร)
 ๓. พระพุทธสิหิง   (หลวงพ่อหิน)   พระพุทธรูปองค์นี้  สลักด้วยหิน
ลักษณะเป็นพระพุทธรูปนาคปรก แบบปฏิมากรรมสมัยขอม เจ้าอาวาสได้อัญเชิญมาจากจังหวัดลพบุรี   มาประดิษฐานไว้   ณ   วิหารจตุรมุขวัดเทวประสาท   ตามสันนิษฐานพระพุทธรูปองค์นี้สร้างมาแล้วประมาณ   ๓๐๐  ปีเศษ  ( ปัจจุบันเป็นองค์จำลอง เนื่องจากองค์จริงได้ถูกโจรกรรมไปในสมัยเจ้าอาวาสรูปที่ ๒ )
เจ้าอาวาสมีนามดังนี้คือ
๑.   พระครูสุเทพสิทธิการย์   (ทองอยู่   ฐิติญาโณ)   พ.ศ.   ๒๔๙๐ - ๒๕๑๓
๒.  พระครูพิชาญชัยสิทธิ์   (ลำดวน   ชยปาโล)   พ.ศ.   ๒๕๑๔ - ๒๕๓๑
๓.   พระครูพิทักษ์พุทธมงคล (พินิจศักดิ์  สปฺปญฺโญ) พ.ศ.๒๕๓๒ -๒๕๕๐
๔.   พระปลัดสง่า  รตนวณฺโณ (สง่า  ทัศศรี ) พ.ศ. ๒๕๕๑ - ปัจจุบัน

 

สิริรักษ์  ถัดทะพงษ์พรนิธิ/ กลุ่มงานพุทธศาสนสถานและศาสนสมบัติ

 

แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2011 เวลา 15:01)

 

สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น ปี๕๕                   สำนักปฏิบัติธรรมดีเด่นปี ๕๕         ผลการปฏิบัติงานหน่วยอ.ป.ต.ดีเด่น                วัดส่งเสริมสุขภาพ